(แปลจากภาพข้อความต้นฉบับที่แนบมา)
ข้อความจดหมายจากเจ้าหน้าที่พยาบาลคุณวุฒิ

ถึงทุกท่านที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนทั้งหมดที่ฉันรู้จักมาในชีวิตนี้นั้น
(ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนกัน โรคคอตีบ บาดทะยัก โรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส ตับอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ วัณโรค รวมถึง ไข้หวัดใหญ่ และ โรคปอดอักเสบ) นั้น

++ฉันไม่เคยประสบพบเห็นวัคซีนตัวไหนเลย ที่บังคับให้ฉันต้องใส่หน้ากากอนามัย
ปิดปากปิดจมูกตัวเอง
และยังต้องรักษาระยะห่างระหว่างสังคมของฉันอีก ถึงแม้ว่าฉันจะได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วก็ตาม

++ไม่เคยมีวัคซีนตัวไหนเลย ที่แม้ฉีดแล้ว แต่ก็ยังคงแพร่เชื้อไวรัสได้อยู่ดี

++ไม่เคยต้องมีการให้รางวี่รางวัล มอบราคาส่วนลด หรือ ต้องสร้างแรงจูงใจอื่นๆเพื่อล่อให้คนไปรับวัคซีนเลย

++ฉันไม่เคยเห็นการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นฝักเป็นฝ่าย มีการกีดกันพวกที่ไม่ยอมรับวัคซีนมาก่อนเลย และไม่เคยมีการกดดัน กล่าวหาว่าผู้ที่ไม่รับวัคซีนนั้นเป็นคน ‘เลว’ มาก่อนเลย

++ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยว่า เรื่องวัคซีน จะสร้างความร้าวฉานต่อความสัมพันธ์ ระหว่างคนในครอบครัว ญาติมิตร วงสังคม และในกลุ่มเพื่อนฝูงกันเองได้

++ฉันไม่เคยเห็นวัคซีนตัวไหนเลย ที่สามารถทำร้ายทำลายความเป็นอยู่ ชีวิตประจำวัน ในที่ทำงาน หรือในโรงเรียน ที่เด็กน้อยอายุเพียง 12 ปี ถึงขนาดเลือกและตัดสินใจด้วยตนเอง โดยไม่แยแสว่า ผู้ปกครองของเขาจะเห็นดียินยอมด้วยหรือไม่
จากทุกๆวัคซีนข้างบนนี้ ที่ฉันได้กล่าวอ้างก่อนหน้านี้

++ฉันยังไม่เคยมีวัคซีนตัวไหนที่เหมือนตัวนี้เลย ที่ทั้งแบ่งแยก กีดกัน สร้างความขัดแย้ง และตัดสินพิพากษ์สังคมได้ขนาดนี้มาก่อนเลย

มันเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพทรงพลังมาก วัคซีนนี้ทำได้ทุกอย่างตามที่ฉันได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดข้างต้น ยกเว้นเรื่อง การสร้างภูมิคุ้มกัน ที่มันทำไม่ได้เลย
แม้จะได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว เราก็

++ยังคงต้องมีเข็มกระตุ้นตามอีกด้วย
++ยังคงต้องมีการตรวจเชื้อที่ต้องเป็นผลลบ
++ยังคงต้องสวมหน้ากากฯ
และ
++ยังคงไม่พ้น ต้องวนเวียนพึ่งพาโรงพยาบาลอยู่ดี

ถึงเวลาแล้ว
ที่เราต้องยอมรับว่า
พวกเราทุกคนถูกหลอกจริงๆ
ขอขอบคุณที่สละเวลาอ่านค่ะ

คริสติน

image

เมื่อศูนย์ข่าวปลอม ปล่อยข่าวปลอมซะเอง
กดลิ้งค์ด้่นล่างอ่านรายละเอียดต่อ

เมื่อศูนย์ต้านข่าวปลอม ปล่อยข่าวปลอมซะเอง.pdf

ในขณะที่กำลังจะมีการวางตลาดวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่ ก็มีการให้ข่าวเรื่องเชื้อกลายพันธุ์ BA 4 BA 5 ของโอมิครอน เพื่อกระตุ้นความกลัว ความกังวล ไม่รู้เป็นการทำเพื่อหวังผลทางการค้าไหม แต่ที่น่าสนใจคือ ประเทศที่ไม่ไปต่อ พอแค่สองเข็ม กลับไม่เจอปัญหา ปัญหากลับไปเกิดในประเทศที่ บูสต์กันกระจาย

ไปดูข้อมูลกันได้ที่เว็บนี้ครับ
https://www.worldometers.info/....coronavirus/#countri

https://ourworldindata.org/covid-vaccinations


ที่น่าสนใจคืออัตราการเข้าโรงพยาบาล อัตราการตายจากโควิด ในออสเตรเลีย ประเทศที่ระดมฉีดปูพรมไป 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ได้บูสเตอร์ไป 54% แต่ติดเชื้อใหม่เป็นอันดับ ห้า แถม 95% ของผู้ที่ตายได้รับวัคซีนกันแล้ว
https://youtu.be/F8hziFKi_NE

หรือ เอาให้ชัดกว่านั้น ต้องดูที่คู่นี้ ชิลี กับ อินเดีย ชิลี ฉีคเข็มบูสเตอร์ไปมากกว่า120 เข็ม ต่อ ปชก หนึ่งร้อยคน ในขณะที่อินเดีย ฉีดบูสเตอร์ไปไม่ถึง 5 เข็มต่อ ปชก หนึ่งร้อยคน

ผลคือ ชิลีมีเคสใหม่ระเบิดระเบ้อ มีเคสใหม่ ติดอันดับ 10 ของโลกที่ 11365 ราย ในขณะที่อินเดียอยู่อันดับ 9 มีเคสติดเชื้อใหม่แค่ 13910 ราย พวกสาวกวัค ก็อาจจะแย้งว่า นั่นไง อินเดียมีเคสใหม่มากกว่า โดยลืมคิดไปว่า ชิลีมีประชากร สิบเก้าล้านกว่าคน ในขณะที่อินเดียมีประชากรพันสี่ร้อยกว่าล้าน ที่น่าสนใจไปกว่านั้นอีก ชิลิมีเคสตายใหม่อยู่ในอันดับหกของโลก ที่ 38 ราย มากกว่าอินเดียที่อยู่ในอันดับแปด แค่ 31 ราย ไม่ต้องย้ำนะครับว่า อินเดียมีประชากรเท่าไร ชิลีมีเท่าไหร่

เอ้า ใครที่พร่ำว่า เข็มบูสเตอร์กันติด กันตายได้ ช่วยอธิบายหน่อยว่า ทำไมประเทศที่ระดมฉีดกันเยอะแยะถึงได้ติดกันเละเทะ แถม ตายมากกว่าซะด้วย

https://youtu.be/6M1MmbjZzxw

https://youtu.be/F8hziFKi_NE

image
image
image
เกี่ยวกับ

กลุ่ม “คนไทยพิทักษ์สิทธิ์” เริ่มต้นจากการรวมตัวกันของประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ จากหลากหลายอาชีพ ทั้งแพทย์ ทนาย ครู พยาบาล นักวิชาการ พ่อค้า แม่ค้า และ ประชาชนทั่วไป และมีการขยายตัวไปถึงประชาชนชนภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย

ในกลุ่มมีทั้งผู้ที่รับวัคซีนแล้ว และ ไม่ประสงค์จะรับวัคซีน แต่ตระหนักรู้ถึงสิทธิในร่างกายของตนเอง โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล การตอบคำถาม และทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันผ่านหลายช่องทางเช่น Facebook Page และ Open chat “คนไทยพิทักษ์สิทธิ์”

ทางกลุ่มจะมุ่งเน้นการให้ “ความรู้” แทนที่ “ความกลัว” เช่น